user-avatar
Today is วันอังคาร
ตุลาคม 21, 2014

Category: วัดฝายหิน

พฤศจิกายน 29, 2011

วัดฝายหิน

สถานที่ตั้งของวัด  วัดฝายหิน ตั้งอยู่ ณ หมู่บ้านฝายหิน เลขที่ 67 หมู่ 1 ตำบลสุเพท อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติความเป็นมาของวัด

ประเทศล้านนา มีนครพิงค์เซียงใหม่เป็นราชธานี มาตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๔๐ โดยมี พญามังรายหลวงเจ้า เป็นปฐมกษัตริย์ สืบราชสมบัติกันต่อๆ มาหลายรัชกาล จนถึง พ.ศ. ๒๑๐๑ ก็ตกเป็นอาณานิคมของประเทศพม่า ครั้นต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๗ พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือพระเจ้าตากสิน พร้อมทั้ง พญาจ่าบ้านบุญมา (พญามังรายวิเชียรปราการ กำแพงเพชร) ได้นำกองทัพไทยบดขยี้กองโจรพม่ารามัญ ไทยใหญ่ จนถึงขั้นประจัญบาน ดาบต่อดาบ หมัดต่อหมัด รบแบบสายฟ้าแลบห้าวหาญ พม่ารามัญเอาชีวิตมาสังเวยครั้งนั้นไม่ทราบจำนวน ที่เหลือก็หนีออกไปจนหมดสิ้น

อารามฝายหิน เป็นอรัญญวาสี สาขาของ รตวนมหาวิหาร คือวัดป่าแดงหลวง เชียงใหม่ ตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าติโลกราช เมื่อ พ.ศ.๑๙๘๕-๒๐๓๑ เป็นต้นมา นับเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเชียงใหม่ อารามฝายหิน เป็นที่รู้จักทั่วไป สมัยรัชกาลที่ ๔ โดยมีครูบาหลวงมารวิชัย เป็นเจ้าอาราม และในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในนาม “ครูบาฝายหิน รู้คำนกคำหนู” ซึ่งต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็น “พระอภัยสารทะ สังฆปาโมกข์” เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๙ พระเจ้ากาวิละ พร้อมไพร่ฟ้าข้าบริวาร อพยพจากเวียงป่าซาง มาสถิตย์อยู่ในเวียงร้าง คือเวียงเชียงใหม่ พระองค์ได้ปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งปรักหักพังให้มีสภาพปกติ เช่น ย้ายพระเจ้าแข้งคม จากวัดร้างในป่าตาลนอกกำแพงด้านแจ่งกู่เฮือง มาประดิษฐานในวิหารวัดศรีเกิด เมื่อ พ.ศ. ๒๓๔๓ เป็นต้น

สมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏว่า มีพระภิกษุนามว่า ครูบาหลวงมารวิชัย เป็นพระเถระทรงความรู้แตกฉานภาษาบาลี ท่านเป็นเจ้าอารามฝายหิน ผลงานของท่านเท่าที่ได้สำรวจมาแล้ว มีหลายเรื่องใหญ่ ซึ่งท่านเป็นผู้จารลงในใบลาน เช่น มหาวิบากหลวง หนาถึง ๑๒ ผูก ฯลฯ และชิ้นสำคัญคือ ตำราเรียนภาษาบาลี เรียก “สัททพินทุ” คัมภีร์นี้ ท่านเจ้าคุณ พระสุวิมลธรรมาจารย์ คณะสลัก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษธ์กรุงเทพฯ ได้ยืมไปแปลเป็นภาษาไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ตั้งแต่สมัยครูบาหลวงมารวิชัยเป็นเจ้าอาราม วัดฝายหินจึงค่อยๆ เป็นที่รู้จักของคนในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง จนกระทั่งได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ต้องมีการอพยพผู้คนออกไปจากพื้นที่ จึงทำให้วัดฝายหินจึงอยู่ในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

วัดฝายหิน  เป็นวัดในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ หมู่บ้านฝายหิน ด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และถนนทางขึ้นสถานีส่งโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7  ทางเดียวกันกับทางขึ้นสวนสัตว์เชียงใหม่  ด้านประตูหลัง วัดฝายหินเป็นวัดโบราณ เคยเป็นที่สถิตของพระอภัยสาระทะ สังฆปาโมกข์ อดีตปฐมสังฆราชาแห่งล้านนาไทย (เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่รูปแรก) ในปี พ.ศ. 2512 ได้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการโยกย้ายบ้านเรือนชาวบ้านรอบมหาวิทยาลัย วัดฝายหินจึงได้อยู่ในความอุปถัมภ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา วัดแห่งนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทั้งนี้วัดฝายหินยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ของคณาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยด้วย ปัจจุบันทางวัดได้อนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรทั้งจากประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ให้มีโอกาสได้ศึกษาพระพุทธศาสนา โดยได้เปิดสำนักเรียน ธรรม-บาลี และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ทางวัดได้เปิดโรงเรียนแผนกสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยความร่วมมือระหว่างวัดฝายหิน และ โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษามหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก

การสร้างวัด

ในสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1985-2031) วัดแห่งนี้เคยมีฐานะเพียงหนึ่งในสำนักสงฆ์สาขาของรตนมหาวิหาร (วัดป่าแดง มหาวิหาร) ซึ่งในขณะนั้นเป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี เป็นศูนย์กลางการศึกษาพระไตรปิฎก นับถือคำสอนลัทธิสิงหลใหม่ (พระพุทธศาสนาซึ่งรับมาจากประเทศศรีลังกา)

งานประจำปีของวัด

ในวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี ทางวัดจะเปิดโอกาศให้สาธุชน ได้รดน้ำรูปปั้นครูบาพระอภัยสาระทะ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปีของวัด อยู่ในช่วงวันสุดท้ายของการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อเป็นสิริมงคล แก่สาธุชน และสามเณร ก่อนลาสิกขา

กิจกรรมประจำของวัดฝายหินต่อสาธารณชน

  • ได้จัดให้มีกิจกรรม รถด่วนขบวนพิเศษ โดยอาราธนาพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิมาแสดงธรรม โดยกลุ่มหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่
  • จัดให้มีกิจกรรมการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน อบรมค่ายธรรมจักรลีลาและการแข่งขันตอบปัญหา
  • จัดงานตักบาตรเทโวร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทุกปี ในวันหลังจากออกพรรษา คือแรม 1 ค่ำทุกปี
  • มีการวนเวียนทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาถือว่าเป็นงานประจำปีมีผู้มาร่วมประชุมพิธีทำบุญฟังเทศน์ประมาณ 200 คน
  • จัดตั้งกลุ่มโครงการตั้งกลุ่มพุทธมากะ กลุ่มหนุ่มสาว พร้อมทั้งแนะนำการดำรงตนให้ถูกต้องตามสมบัติของอุบาสก-อุบาสิกา
  • ให้ที่พักอาศัยแก่พระภิกษุสามเณรที่มาศึกษาในเขตจังหวัดเชียงใหม่
  • ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับปรุงธรรมสถานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอบรมและสอนวิธีการปฏิบัติกรรมฐานของสำนักต่างๆและได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรมนานาชาติ ซึ่งได้ทำการเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2544
  • ร่วมกับคณะกรรมการการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ สถานีวิทยุพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ระบบ เอฟ. เอ็ม. ความถี่ 96 เมกเฮิรตซ์ กำลังส่ง 30 วัตต์
  • ให้การสนับสนุนกิจกรรมนักศึกษาโดยอนุเคราะห์ให้ยืมอุปกรณ์ต่างๆแก่นักศึกษา

ลำดับเจ้าอาวาส

  1. ครูบามารวิชัย (อดีต – พ.ศ. 2398)
  2. พระอภัยสารทะ (2399- 2457)
  3. พระปลัดคำซาว อินทนนฺโท (2458- 2493)
  4. พระอธิการศรีมูล ญาณวโร (2494- 2509)
  5. ครูบาแดง (2510- 2519)
  6. พระศรีธรรมบัณฑิต (2520- 2530)
  7. พระอธิการสิงห์แก้ว (2530- 2532)
  8. พระมหาทองรัตน์ รตนวณฺโณ (2532- 2535)
  9. พระครูใบฏีกาสุรัตน์ ฐานิสฺสโร (2535- 2538)
  10. พระครูปริยัตยานุศาสตร์ (พระมหา ดร. ไสว เทวปุญฺโญ) ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ (2539- ปัจจุบัน)
อ้างอิง  ข้อมูล www.faihin.org
© 2014 วัดในภาคเหนือ All rights reserved - Wallow theme v0.46.5 by ([][]) TwoBeers - Powered by WordPress - Have fun!